ประโยชน์ของวัคซีนมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง

วัคซีนเอชพีวีหรือวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อเอชพีวี ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกแล้ว จากข้อมูลระบาดวิทยาปี 2560 พบว่า หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 8,184 คนต่อปี และมีอัตราเสียชีวิตเกิน 50% นับว่าเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญ เพราะฉะนั้นวัคซีนมะเร็งปากมดลูกจึงมีความสำคัญอย่างมากในผู้หญิง

ประโยชน์หลักๆ ของวัคซีนมะเร็งปากมดลูกสำหรับผู้หญิง

  1. ป้องกันมะเร็งปากมดลูก: HPV ประเภท 16 และ 18 เป็นสาเหตุของประมาณ 70% ของมะเร็งปากมดลูกทั่วโลก วัคซีน HPV มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อจากประเภทที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้สูง
  2. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูด : HPV ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งอวัยวะเพศ วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ด้วย
  3. ป้องกันภาวะก่อนมะเร็ง: HPV สามารถทำให้เกิดภาวะผิดปกติที่เรียกว่า dysplasia ซึ่งเป็นภาวะก่อนมะเร็งในปากมดลูก การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันการเกิดภาวะเหล่านี้ได้
  4. ลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และการรักษา: การป้องกันมะเร็งปากมดลูกและภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ HPV หมายถึงการลดค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงและการตรวจคัดกรองที่ซับซ้อน
  5. ประโยชน์สำหรับชุมชนและสุขภาพสาธารณะ: การฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกในวงกว้างช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อในชุมชน ซึ่งช่วยปกป้องสังคมโดยรวมและช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในอนาคต

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ตอนไหนดีที่สุด

  1. ประสิทธิภาพวัคซีนสูง หากฉีดในวัยที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
  2. ฉีดในวัยที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี จากงานวิจัยพบว่า ร่างกายของเด็กผู้หญิงสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสนี้ได้ดีในช่วง 9 – 15 ปี ซึ่งสามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 ครั้ง แต่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าการฉีด 3 ครั้ง
  3. ผู้หญิงอายุ 9 – 26 ปี ควรฉีดวัคซีน HPV โดยเน้นให้ฉีดช่วงอายุ 11 – 12ปี
  4. เด็กผู้ชายอายุ 9 – 26 ปี สามารถฉีดวัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์เพื่อป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนัก เน้นให้ฉีดช่วงอายุ 11 – 12 ปี

 

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกไม่สามารถรักษาการติดเชื้อ HPV ที่มีอยู่แล้วได้ แต่สามารถป้องกันการติดเชื้อในอนาคตจากสายพันธุ์ที่วัคซีนครอบคลุมได้ ซึ่งทำให้มีประโยชน์อย่างมากในการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV