วัคซีนมะเร็งปากมดลูก คืออะไร? ใครบ้างที่ควรฉีด และมีประโยชน์อย่างไร

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก เป็นวัคซีนที่ใช้ป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง โดยเฉพาะสายพันธุ์ HPV-16 และ HPV-18 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคถึงกว่า 70% ของทั้งหมด

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ป้องกันอะไรได้บ้าง?

  •     มะเร็งปากมดลูก
  •     มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด (ในผู้หญิง)
  •     มะเร็งทวารหนัก (ในชายและหญิง)
  •     หูดหงอนไก่จาก HPV ชนิดที่ไม่ก่อมะเร็ง เช่น HPV-6 และ HPV-11

 

วัคซีนที่ใช้กันทั่วไป เช่น

  •     Cervarix: ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 16 และ 18
  •     Gardasil: ป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18
  •     Gardasil 9: ป้องกันได้ถึง 9 สายพันธุ์ของไวรัส HPV

 

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก?

  •     เด็กหญิงและหญิงสาวอายุ 9–26 ปี เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก
  •     ผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ จะได้รับประสิทธิภาพการป้องกันสูงสุด
  •     ผู้ชายก็สามารถฉีดได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายไวรัส HPV
  •     ผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 26 ปี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพราะประสิทธิภาพอาจลดลงตามพฤติกรรมทางเพศที่ผ่านมา

 

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ฉีดกี่เข็ม?

  •     เด็กอายุ 9–14 ปี: ฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 6–12 เดือน)
  •     อายุ 15 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ฉีด 3 เข็ม (ตามกำหนดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6)

 

ข้อดีของการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

  • ป้องกันโรคร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV ที่ก่อมะเร็ง
  • ลดภาระทางการแพทย์ในอนาคต
  • ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก WHO และองค์การอาหารและยาในหลายประเทศ
  • เสริมเกราะป้องกันสุขภาพผู้หญิงตั้งแต่วัยเยาว์

 

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกราคาเท่าไร?

  • ราคาจะขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนและสถานพยาบาลที่รับบริการ
  • โดยทั่วไปมีราคาต่อเข็มอยู่ที่ประมาณ 2,000–5,000 บาท
  • แพ็กเกจ 2–3 เข็มอาจมีราคาพิเศษ รวมค่าแพทย์และค่าบริการแล้ว

 

สามารถรับบริการได้ที่:

  •     โรงพยาบาลเอกชน
  •     คลินิกวัคซีน
  •     โรงเรียน หรือหน่วยงานภาครัฐในโครงการฉีดวัคซีนฟรี (ในบางช่วงเวลา)

 

ข้อควรรู้ก่อนฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก

  •     ไม่สามารถรักษามะเร็งที่เกิดขึ้นแล้วได้ เป็นวัคซีนเพื่อ ป้องกัน เท่านั้น
  •     หากเคยติดเชื้อ HPV บางสายพันธุ์แล้ว ยังสามารถได้รับประโยชน์จากการป้องกันสายพันธุ์อื่น
  •     ไม่ต้องตรวจภายในหรือทำ Pap smear ก่อนฉีด
  •     ควรพักผ่อนให้เพียงพอในวันที่ฉีด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักหลังฉีด

 

สรุป

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก เป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งร้ายแรง โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ หากคุณหรือคนที่คุณรักยังไม่เคยฉีดวัคซีน ควรรีบเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดอย่างเหมาะสม เพราะการป้องกันที่ดี เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้